:: อัปเดทเรื่อยๆ ตามที่ว่างครับ
*
ต้องการร่วมนำเสนอ [กรุณาส่งอีเมล์] ::
|
ตอนที่ 1 ว่ากันไปตรงๆให้เข้าถึงใจ ไม่อ้อมค้อม ทำลายกำแพง ฆ่าความสงสัย .... กรรม นรก สวรรค์ ความหลุดพ้นไม่ต้องวนเวียนเกิด มีจริงหรือไม่?
|
อ่านเรื่องเด็กน้อยจะไปกรุงเทพ.... เด็กน้อยเมื่อขณะที่เรียนประถม-มัธยมอยู่ที่เชียงใหม่ ก็ได้ยินเรื่องจังหวัดกรุงเทพฯอยู่บ่อย ว่าดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ มีอย่างโน้นมีอย่างนี้ที่กรุงเทพ แต่ก็ยังลังเลสงสัยว่ากรุงเทพมีอยู่จริงหรือไม่มีจริง อยู่มาวันหนึ่ง มีผู้หวังดีนำตั๋วรถไฟไปกรุงเทพและแผนที่มาให้
เด็กน้อยมีใจอยู่แล้วก็รับไว้ เดินทางมาที่สถานีรถไฟ ยืนลังเลๆอยู่นั่นแหล่ะว่ากรุงเทพมันมีอยู่จริงๆหรือเปล่า เห็นรถไฟมาแล้ว ป้ายที่ข้างตู้รถไฟก็บอกว่าไปกรุงเทพ มีคนที่ลงมาจากรถไฟถือตั๋วจากกรุงเทพมาให้ดูก็ยังลังเล ทางรถไฟก็เห็นอยู่ต่อหน้าต่อตา ก็ยังสงสัยลังเล สรุปว่าชาตินี้เด็กคนนี้
ถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้ก็คงไม่ได้ไปกรุงเทพ เกิดแก่เจ็บตายอยู่สถานีรถไฟหรือเชียงใหม่อยู่นี่แหล่ะ
ถ้าท่านมีดวงตาเห็นธรรม ท่านก็คงเข้าใจว่าใครคือเด็ก อะไรคือตั๋วรถไฟและแผนที่ อะไรคือรถไฟ อะไรคือรางรถไฟ... และที่สำคัญที่สุด อะไรคือกรุงเทพ
|
ตอนที่ 2 ถ้าเริ่มหมดลังเลสงสัยจากเรื่องเด็กน้อยจะไปกรุงเทพข้างบนแล้ว ต้องมามองที่ตัวท่านเองก่อนครับ เห็นคุณค่าตัวเองหรือยัง
|
ท่ามกลางมหาสมุทรกว้างใหญ่ ยังมีเกาะเล็กๆ บนเกาะมีต้นมะพร้าว ที่ออกลูกที่มีน้ำหอมหวาน.... ไม่ว่าท่านจะเกิดที่ใหน ฐานะอย่างไร อาการครบ32หรือไม่ หรืออย่างไรๆ ความงามในจิตใจจะดีได้ ไม่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ถ้าท่านคิดจะเอาดี
|
ตอนที่ 3 เข้าใจความแตกต่าง ความต้องการของสิ่งต่างๆรอบตัว
|
มาม่า ไวไว ยังมีตั้งหลายรส หลายแบบ แล้วท่านจะยังคิดไม่ได้อีกหรือว่า ทุกๆอย่างมีข้อแตกต่างทั้งความเป็นตัวตนที่เห็นด้วยตา หรือไม่เห็นด้วยตา ทำใจ ทำใจ ยอมรับ
ไม่แน่ว่าในขณะนี้มีใครบางคน กำลังใช้หรือหลอกใช้งานส่วนดีของท่านอยู่ แล้วก็มองข้ามส่วนเสียของท่าน
|
ตอนที่ 4 ท่านน่ะ..ตายแล้ว ตายอยู่ทุกวัน
|
ความเป็นเด็กของท่านตาย ความแข็งแรงของท่านตาย ความเต่งตึงของผิวหนังท่านตาย เส้นผมที่อยู่บนหัวก็ตายทุกวัน .. ท่านใหนเส้นผมตายเยอะก็หัวล้าน
ลมหายใจก็ตายแบบชั่วคราว สูดเข้าไปใช้แล้วก็พ่นออกมา..หายใหมล่ะ เราๆท่านๆรอวันตายจริงๆคือหายใจเข้าแล้วไม่ออก หรือหายใจออกไปแล้วไม่สูดเข้ามาอีก
จากนี้หลับตานึกว่าท่านนอนในโลงศพเดียวดาย ร่างกายที่เคยบำรุงมาอย่างดีกำลังเน่าเปื่อย ดูสิว่าที่ผ่านๆมา ทำสะสมไว้มากเกินควรจะเหนื่อยฟรีหรือไม่ ทำให้คนอื่นๆเขาแต่เราก็เอาอะไรไปไม่ได้
|
ตอนที่ 5 ไม่แน่หรอก..ใดๆในโลกล้วนแล้วแต่ไม่แน่นอน...ตายอย่างเดียวแน่นอนที่สุด
|
ตอนยังมีชีวิตอยู่นี้ ขอให้อยู่อย่างไม่เดือดร้อนใคร สะสมสิ่งที่เรียกว่าความดี สิ่งที่เรียกว่าบุญกุศลเถิด
|
ตอนที่ 6 ผลของการกระทำ
|
ดึงเส้นผมคุณเอง 1 เส้น เจ็บใหม... ดึงทีละหลายๆเส้น เจ็บกว่าใหม ... ดึงทีละเส้น แต่ดึงทุกวันไม่ค่อยเจ็บแต่นานๆไปหัวล้านใหม...
กรรมครับ..มีจริงหรือไม่ล่ะคิดดู ยกตัวอย่างแค่กรรมใกล้ๆตัว กรรม
เกิดจากการกระทำโดยแท้ ทำมาอย่างไรได้อย่างนั้น สะสมมาอย่างไรได้อย่างนั้นและนำไปเกิดเป็นอะไร อย่างไร ตามนั้น
เรื่องทำชั่วแล้วได้ดีมีถมไปหรือทำดีแล้วไม่ได้ดี..อย่าพึงไปตัดสินอย่างนั้น รอดูนานๆ หมดผลกรรมดีที่ส่งเสริมเมื่อไหร่ ได้กลายเป็นเทวดาตกสวรรค์หรือกลับขึ้นสวรรค์ทันที
|
ตอนที่ 7 ถึงเวลาเดินแต่ทางถูก
|
เมื่อเข้าใจทั้งหลายข้างต้นดีแล้ว ถึงเวลากลับมาดูตัวเองวันนี้ และทางเดินที่จะเดินไปวันนี้และวันข้างหน้า เรื่องการกิน อยู่ หลับ นอน การทำงาน การอยู่ในสังคม
|
ตอนที่ 8 กินอย่างไร จะไร้หรือเกือบไร้ทุกข์
|
หนักเช้า เบาเที่ยง เลี่ยงเย็น เว้นดึก... เช้ากินอย่างราชา กลางวันธรรมดาๆ เย็นกินอย่างยาจก.. เคยได้ยินใหมครับท่าน
ตามนั้นเลย แล้วสิ่งที่เลือกกินก็เลือกกินสิ่งที่ไม่เป็นโทษ ไม่เบียดเบียนถ้าเลี่ยงได้ ตามกำลังทรัพย์ตามกำลังที่ใช้ร่างกาย กินกับคนที่ควรกินด้วย ในสถานที่ที่ควร
สุรา ยาบางประเภท อาหารป่า ฆ่าสัตว์ใหญ่ ท่านว่าสิ่งเหล่านี้ควรนำเข้าปากหรือเปล่า ถ้ากินอาหารหลักอิ่มแล้ว ลูกอม ขนมขบเคี้ยว น้ำสารพัดรส จะยังจำเป็นหรือไม่
ถ้าไม่กินจะตายใหม ท่านว่าให้บำรุงร่างกายตามควร เพื่อให้เป็นที่ตั้งของจิตใจ ให้เราได้มีแรงทำความดี ไม่ใช่บำรุงร่างกายไปทำความชั่ว หรือเป็นอุปกรณ์สร้างความชั่ว
ให้ตัวเอง หรือเป็นสิ่งที่ให้คนอื่นๆนำเอาไปประกอบกรรมชั่ว เช่นกินบำรุงฝึกร่างกายแข็งแรงกำยำแต่ไปเป็นอุปกรณ์ให้เจ้าของซุ้มมือปืนใช้งานไปฆ่าคน หรือให้เขาปลุกปั่นยุยงทำลายความสงบชาติ
หรือบำรุงซะสวยงามเพื่อล่อตาล่อใจชาย-หญิงให้หลงใหล-มุ่งหวังขายบริการ
|
ตอนที่ 9 ตัวอย่างกรรม
|
ตอนเช้าก็ดูเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง 3 หรือไม่ก็อ่านหนังสือพิมพ์ มีตัวอย่างจริงๆให้ดูทุกวัน .. 31ก.ค.นี้ มีชายคนหนึ่ง ทำร้ายร่างกายตัวเอง ทุบกระจกรถ เพื่อให้ดูเหมือน ถูกปาหินแล้วปล้นทรัพย์
แต่ที่ใหนได้ ทำเองเพื่อยักยอกทรัพย์เพื่อนำเงินไปซื้อโทรศัพย์ให้ "กิ๊ก" เกิดจากความโลภ เกิดจากผิดศีล
|
ตอนที่ 10 มีสติ..เรื่องสำคัญที่สุด
|
คือให้รู้เกือบๆทุกลมหายใจว่าคุณกำลังทำอะไร คิดอะไรอยู่ หายใจ อ้าปาก กระพริบตา การเคลื่อนไหวร่างกายต่างๆ และรู้ว่าจิตใจหายแว๊บไปคิดเรื่องอะไรในชั่วขณะหนึ่ง ต้องดึงกลับมาสู่ตัวและรู้ว่ามันอยู่กับตัว ควบคุมการวอกแวกออกไปคิดเรื่องต่างๆให้ได้
ถ้าคุณทำได้เท่ากับเป็นการรักษาศีลแล้ว เพราะถ้ามีสติก็จะไม่เจ็บ ไม่จน ไม่เสียหาย ไม่ผิดศีลได้ง่ายๆ เหมือนตอนไร้สติ
|
ตอนที่ 11 เรื่องใหญ่
|
มีหนี้ใหญ่ๆ ก็ต้องทำอะไรใหญ่ๆเพื่อได้ได้เงินมาใช้หนี้ได้เร็วๆ อยากได้เงินก้อนใหญ่ ก็ต้องทำอะไรใหญ่ๆลงทุนก้อนใหญ่หรือกู้หนี้ใหญ่ๆ อยากยิ่งใหญ่ก็ต้องทำการใหญ่ .... แต่ระหว่างที่ทำอะไรใหญ่ๆเนี่ยมันส่งผลยังไง
เหนื่อยแบบยิ่งใหญ่ ใช้คนจำนวนมาก ใช้ทรัพยากรณ์จำนวนมาก ทำสภาพแวดล้อมเสียมากๆ ทำความเดือดร้อนให้คนอื่นมากๆ ดูเองว่าจะคุ้มหรือไม่ ระหว่างใหญ่กับอยู่อย่างเล็กๆสบายๆ
|
ตอนที่ 12 โทษที่ร้ายแรงที่สุดของการประมาท
|
ความประมาทคือหนทางแห่งความตาย... อย่าคิดว่าคุณจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด ไม่เจ็บ ไม่จน ไม่แก่ ...มันไม่แน่หรอกครับ อย่ารอจนถึงวันพรุ่งนี้
แค่ผลัดไปอีก 1 นาทีก็เรียกว่าประมาทแล้ว..รีบๆทำสิ่งดีๆเข้าครับ
|
ตอนที่ 13 ลืมไปแล้ว
|
ดั้นด้นเดินทางไปแสนไกล ไหว้พระ ขอหวย ขอของดี เชิญพระมาเปิดป้ายร้าน ฉลองโน่นนี่... พระที่บ้านอีก2รูป คิดถึงและบูชากันแค่ใหน
พระพ่อ พระแม่...
|
ตอนที่ 14 ดีชั่วรู้หมด..แต่อดไม่ได้
|
ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่ายังรู้ไม่จริง ถ้ารู้จริง มีสติ ย่อมโน้มน้าวจิตใจ ความคิดให้กลับมาสู่ด้านดี ด้านเหมาะได้ ลองนึกถึงว่าคุณกำลังจูงหมาอยู่
บางทีมันก็วิ่งนำหน้า บางทีก็อยู่หลัง บางทีก็เดินข้างๆเรา ต้องคอยกระตุกเชือกให้ทัน ให้มันอยู่กับตัวเราได้ตลอดเวลามากที่สุด อย่าให้มันออกหน้าไปไกล จนคุมไม่ได้
...สมมุติให้หมาเป็นตัวผู้ร้ายในจิตในใจคุณ กระตุกมันไว้ครับ
|
ตอนที่ 15 ห้ามใจไม่ได้ แก้ยังไง
|
ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว หากห้ามได้ยาก อยากจะคิดอยากจะทำ แต่รู้ว่ามันไม่ดี ต้องทำไง..... หายใจเข้าลึกๆ กลั้นไว้ ระหว่างกลั้นใจให้คิดว่าไม่ดีอย่างไร มีโทษอย่างไร
กลั้นให้นานที่สุด คิดให้ลึกซึ้ง ทำหลายๆรอบครับ อยากจะรู้ว่าถ้ากำลังจะขาดใจตาย จะมีแรงไปทำอะไรอีก
|
ตอนที่ 16 อ่านให้มาก ฟังให้ถึงใจ
|
สองเว็บไซท์นี้คือทางออกจากกิเลส สู่ "ความปกติสุขของมนุษย์ทั่วไป"
http://www.luangta.com/
http://www.fungdham.com/sound/bua.html
|
ตอนที่ 17 ทางเดียว ทางด่วน สู่นิพพาน
|
หลังจากที่ท่านได้อ่าน ได้ฟัง จากเว็บหลวงตามหาบัวแล้ว
ก็ควรน้อมมาสู่ภาคปฏิบัติ... ความรู้ที่ได้จากการอ่านฟังล้วนแล้วแต่เป็นความจำ ... ยังไม่ใช่ความจริง เชิญมาปฏิบัติสมาธิ ภาวนา เอาสติกำกับตลอดเวลา อย่าให้หลุด ถ้าหลุดถ้าลอยไปคิดจินตนาการเรื่องอื่นไกลออกจากตัวไป นอกจาก
คำภาวนาพุทโธ ให้รีบใช้สติดึงกลับมาสู่คำภาวนาให้เร็วที่สุด ระหว่างนั้นไม่ต้องอยากใดๆ คิดใดๆ อยู่กับปัจจุบันคำภาวนา "อย่างเดียว" จะรู้จะเห็นจะเป็นอะไรก็ดูไปเฉยๆ อย่าสงสัยอย่ายินดี ล้วนแล้วแต่เกิดจาก ความไม่เที่ยง เกิดได้ ก็ดับได้
เมื่อเหมือนลมหายใจจะหมดไป รู้ได้ไม่ทันลมหายใจ ก็ให้คิดว่า ถ้าเรายังรู้ได้อยู่จะยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ลึกไปเรื่อยๆ ยังไงก็ไม่เป็นอันตรายกับเราแน่นอน ห้ามตะหนกตกใจ ถอนออกมาเด็ดขาด แต่เดิมที่ผมยังไม่มีครูอาจารย์สั่งสอน ก็มาสะดุดหลุดตรงนี้แหล่ะครับ
เมื่อท่านทราบดีแล้ว ก็ไม่ต้องกลัว นั่งไปนานๆจะเมื่อยกดเจ็บตรงใหนก็มองข้ามไปไม่ต้องไปยุ่งกับมัน หน้าที่อย่างเดียวของความคิดมันคือการจับอาการลมหายใจและภาวนาพุทโธครับ เมื่อรู้เมื่อเห็นไปสักนิด ท่านจะมีกำลังใจ มีพลังตั้งหน้าตั้งตาฝึกเพื่อก้าวให้ลึกขึ้นๆได้เอง
|
ตอนที่ 18 ห้ามอ่านอย่างเดียวนะ.. ต้องนำไปทำด้วย
|
ไม่งั้นเราก็ไม่ต่างจากปลวก มด มอด อาศัยนอน อาศัยกิน อยู่กับคัมภีร์ใบลาน-หนังสือตำราธรรมมะต่างๆ คลุกคลีกินอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ตายไปแบบไม่มีบุญคุณงามความดีติดตัว หรือก็ได้แต่ความจำเต็มหัว ตายไปเสียก่อนได้ปฏิบัติจริง เพราะมัวแต่ประมาทคิดว่าจะมีชีวิตอยู่นาน ดันมาหมดอายุเสียก่อน
ระหว่างที่อ่านสะสมความรู้ภาคทฤษฎีก็หัดนั่งสมาธิไปด้วยก็ดีครับ ถ้าเข้าไปได้ลึกถึงจุดที่สงบได้ ก็จะเกิดศรัทธา ทำให้พยายามอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้งได้ ความรู้เรื่องการทำสมาธิ ผมแนะนำให้ซื้อหนังสืออานาปานสติ โดยท่านพุทธทาส ที่ร้านซีเอ็ดมีขายครับ หรือซื้อผ่านร้านออนไลน์เขาก็ส่งไปให้ที่บ้านได้ จะซื้อฉบับสมบูรณ์แบบ หรือ ระบบลัดสั้นก็ได้ครับ ลองค้นหาคำว่า อานาปานสติ ในกูเกิ้ลดูครับ มีข้อมูลมากอยู่
|
ตอนที่ 19 ทุกวันนี้ลำบากพอหรือยัง
|
จะหาเรื่องลำบากยุ่งยากกันไปทำไม หรือยังไม่รู้ว่าลำบากยุ่งยากในชีวิตอย่างไร
อย่างน้อยๆคุณก็ต้องดมกลิ่นอึตัวเองแทบจะทุกวัน ต้องหาอะไรมาใส่ท้องทุกวัน ต้องหวังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
โดยมากหวังว่าหากได้มี ได้ทำ หรือได้เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วจะมีความสุข แต่เอาเข้าจริง ก็ยังไม่สุขจริง เลื่อนขั้นความหวัง
ของคุณขึ้นไปเรื่อยๆ ผิดหวังมากกว่าสมหวัง จนตายไปกับความหวังในที่สุด ซึ่งสิ่งที่หวังคือสมมุติทั้งนั้น เอาไปไม่ได้สักอย่าง
ขอให้ท่านๆหวังสงบสุข หวังพ้นทุกข์ด้วยศีลดีกว่าใหม จำกัด กายใจ ตัวเองไว้ อย่าไปดิ้นรนให้มันเกินตัว จนเบียดเบียนคนอื่นหรือสังคม
|
ตอนที่ 20 นกกาเหว่า กับนกกา (อีกาตัวดำ) ต่างกันอย่างไร...
|
..ลักษณะตัวผู้มันตัวดำๆเหมือนๆกัน
..จะเห็นความแตกต่างก็ต่อเมื่อมันอ้าปากส่งเสียงร้อง... ตัวหนึ่งร้องกาเว้าๆ อีกตัวร้องกากา..
..คนธรรมดากับคนที่เป็นคนพิเศษ.. ก็ต่างกันตรงเนื้อหาคำพูดจานี่เองครับ
|
ตอนที่ 21 ความหวัง...หวังมาทั้งชีวิต สุดท้ายตายไป ความหวังก็อาจยังไม่สำเร็จอีกมากมาย
|
ท่านว่าเมื่อพ่อแม่หวังให้ก่อน ต้องออกมาครบอาการสามสิบสอง..เป็นหญิงเป็นชาย คลอดง่าย
แม่ก็ทุกข์ด้วยการบำรุง การรักษาครรภ์ การคลอด
ตอนเด็กพ่อแม่หวังให้เป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย ไม่ดื้อ
แล้วก็ ถ้าส่งไปเรียนโรงเรียนนี้ โรงเรียนนั้นได้คงดี พ่อแม่คงมีความสุข
แล้วเราก็เริ่มมาหวังด้วยตัวเองต่อ
ถ้าทำอย่างนี้ไป พ่อแม่ครูอาจารย์คงทำให้เรามีความสุข
ถ้าได้เรียนต่อมัธยม คงจะดี มีความสุขกับเพื่อน
ถ้าได้เรียนให้จบปริญาตรีคงดีอย่างนั้นอย่างนี้
ถ้าได้เรียนจบปริญาเอก คงจะได้งานดี
ถ้าได้ทำงานนี้ คงจะดี
ถ้าได้ไปเที่ยวที่นั้นที่นี้คงจะดีมีความสุข
ถ้ามีเงินเก็บเท่านี้คงดี
ถ้ามีบ้าน มีรถแบบนี้คงดี
ถ้าได้แต่งงานกับคนนี้ก็จะดีมีความสุข
แล้วถ้ามีลูกก็จะมีความสุขแบบนั้นแบบนี้
พอเริ่มมีอายุก็หวังต่อ
ถ้าไม่มีโรคภัย มีเงินเก็บเหลือพอ คงดี
พอมีโรคก็หวังต่อ ถ้ามันหายเร็วคงดี
แต่ถ้าไม่หาย จบแบบล้มหมอนนอนเสื่อนานๆ
ก็หวังว่า ถ้าตายได้คงมีความสุข
ดูซี่ท่าน.. หวังมาตลอด ต้องคอยเติมสิ่งที่หวังมาตลอด
แต่ละครั้งที่เติมก็แลกมาด้วยความลำบาก ไม่สบายใจต่างๆนานาๆ
เมื่อรู้ได้อย่างนี้เมื่อวัยยังน้อยอยู่ จะไปเดินซ้ำรอยกับคนทุกข์ๆอื่นๆทำไม
นิพพานนี่สุขอยู่ใย ไม่ไปกันเล่า
|
ตอนที่ 22 หาแต่ทุข์เถิด..แล้วก็จะเจอสุข
|
คนส่วนใหญ่หาสุขมาเติมตลอด..ก็เลยทุกข์ คอยหาอะไรมาบำรุงตัวเองอยู่เรื่อยๆ เช่นถ้าได้กินอย่างที่อยากคงดี
ถ้าได้เที่ยวอย่างที่เห็นคงดี ถ้าได้มีอย่างนั้นคงดี ถ้าได้เป็นหรือไม่เป็นอย่างนั้นคงดี
มองหาทุกข์ในปัจจุบันดีกว่า หาให้เจอว่าเราทุกข์เพราะอะไร แล้วก็สืบต่อไปยังสาเหตุของมัน แล้วแก้ที่เหตุนั้น
ก็จะได้สุขกลับมาแทน ท่านว่าความเย็นไม่มี..มีแต่ความร้อนที่มันลดลงจนกลายมาเย็นต่างหาก
|
ตอนที่ 23 สนใจตัวเองให้มากขึ้น
|
ใช้เวลาแก้ทุกข์ตัวเองให้มากขึ้น อย่ายุ่งกับเรื่องอื่นๆคนอื่นๆ สร้างเรื่องให้ชีวิตตัวเองไม่หยุดหย่อนเลย
|
ตอนที่ 24 คนเก่ง กับคนดี
|
เก่งมักจะหยิ่ง อวดดี จองหอง คิดว่ามีดีไม่เห็นค่าคนอื่นๆ และมีข้อเสียที่ร้ายแรงมากที่สุดของมนุษย์คือ
ความเห็นแต่ตัว-เห็นแก่พวกพ้อง ยิ่งถ้าบวกตัวโลภโกรธหลงไปด้วย จะเลวสุดบรรยาย ไม่มีประโยชน์กับสังคมเท่าไหร่
สังคมต้องการคนดี คนที่ช่วยคนอื่นๆเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ได้ เช่นนักกีฬาเก่งๆ จะดีมากสุดทางก็แค่สร้างชื่อเสียงให้ชาติ
แล้วตนเองอาจกลายเป็นสาเหตุให้เกิดการพนันในหมู่คนไม่มีศีลสร้างความวุ่นวายให้ชาติได้ในขณะเดียวกัน เป็นต้น
แต่คนดี ถ้าได้บริหารบ้านเมือง ก็จะทำให้สังคมดีขึ้นมาได้ ... จะเห็นว่าเรื่องยุ่งวุ่นวาย ความล่มจมทั้งหลายที่เห็นๆในชาติเรา
หรือแม้เต่ในโลก มักเกิดจากคนที่เรียกกว่าเก่งทั้งนั้น บางคนเก่งปกครองก็อยากยึดครองโลก บางคนเก่งวิทยาศาสตร์ก็ทำระเบิดที่ทำลายล้างได้สูงๆ ซึ่งถ้าเป็นคนดีก็จะไม่ทำอะไรอย่างนั้น
|
ตอนที่ 25 เหมือนว่าคุณและคนอื่นๆในสังคมกำลังถูกหลอก
|
คุณมีเวลาได้อ่านหนังสือธรรมมะบ้างใหม หรือได้มีโอกาสเรียนรู้จากที่อื่นๆมากแค่ใหน
เวลาของคุณหมดไปด้วยหน้าที่การงาน เรื่องหนังละคร สิ่งบรรเทิงต่างๆอันมี กิน กาม รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
อยู่เกือบทั้งวัน
ตกเย็นเขาก็มีละครให้ดูไปเรื่อยๆยันค่ำ มีข่าวให้ดูเล็กน้อย แล้วก็มีเรื่องบันเทิงเป็นหลักไปยันเช้า
ถ้าคุณหรือคนอื่นๆไปติดมันอยู่ จะมีเวลาคิด มีเวลาอ่าน ทบทวน ปรับปรุงตัวใหม ดูอะไรมากๆย่อมเป็นอย่างนั้น
เตือนญาติพี่น้องและตัวคุณเองให้ดี สื่อนี่แหล่ะตัวดีเลย ใช้ให้ถูกทาง ถูกเวลา ตักตวงเอาแต่สิ่งที่มีประโยชน์
ที่จะทำให้ดับทุกข์ตัวเองและคนอื่นได้ ไม่ใช่แค่ดับทุกข์แบบเอาบันเทิงมาปิดหน้าไว้เฉยๆ ให้ดับได้แบบถอนรากถอนโคน
|
ตอนที่ 26 ถ้าวันนี้คุณยังเห็นแค่สุขเป็นส่วนใหญ่..เห็นทุกข์ได้น้อย
|
คุณก็เลือกเอาแต่สุขเป็นที่ตั้ง ใครบอกใครเตือนอะไรก็จะมีปัญญาพิจารณาเห็นได้ยาก
เผลอๆคนเตือนโดนว่าอีก.. แต่ถ้าวันใหนมีทุกข์ขึ้นมา แล้วประจวบกับเวลา
ชีวิตใกล้หมด มันจะสายไม่กันการนา.... เปรียบเหมือนคนแบกทองคำกระสอบใหญ่ท่องข้ามทะเลทราย เดินนานๆเข้า ลำบากมากเข้าๆ รู้ว่าจะเกือบไม่รอดแล้ว จะตายแน่แล้ว หากยังใช้เวลาเดินทางมากขนาดนี้ ก็จะเริ่มคิดว่าทองนี่เองเป็นสาเหตุให้เดินช้าอืดอาดยืดยาด ทองก็ทองเห่อะเขาทิ้งได้แบบไม่เสียดายเลย
|
ตอนที่ 27 ผู้เตือนคือผู้ชี้ขุมทรัพย์
|
. ก่อนเตือนเขาคิดมากนะ ว่าจะเตือนดีใหม จะโดนย้อนด่าใหม จะโดนอะไรตอกกลับมาใหม
. ก่อนเตือนเขาต้องหาเหตุหาผลมาบอกนะ
. ก่อนเตือนเขาหาโอกาสที่จะเข้ามาหา มาบอกนะ รอจังหวะเวลา
. เขาเมตตาคุณนะ อยากให้ได้ดี ให้มีความสุข
. สรุปว่าเขาลำบากนะที่มาเตือน
* เขาจะอยู่เฉยๆ แล้วเห็นความล่มจมของคุณก็ได้ แต่เขาไม่ทำ เขามาช่วยมาชี้ขุมทรัพย์ให้คุณได้ใช้
เขามาชี้บอกว่าโน้นหลุม ว่านี้โขดหิน ว่าทางนี้ไม่ดี อย่าเดินเข้าไปนะ
เขาเป็นคนดีนะ
|
ตอนที่ 28 ทางออก
|
ถ้าวันนี้ไม่รู้ว่าจะเริ่มลดทุกข์ได้ไง ให้ลองพักผ่อนหย่อนใจด้วยหนังสือธรรมมะอ่านง่ายๆสนุกๆแบบโลกๆไปก่อน
หรือฟังธรรมนิยาย นิทานธรรม เพลงธรรมมะ การ์ตูนธรรมมะ ศิลปแฝงธรรมมะ หรือฟังธรรมมะทางวิทยุ FM
พอเห็นดีเห็นงาม เห็นด้วยตามความเป็นจริงขึ้นมาบ้างแล้ว ค่อยไปลึกซึ้งกับทางอื่นๆเช่น ศีล ภาวนา ทาน
แนะนำให้เริ่มที่เว็บนี้ครับ http://www.fungdham.com/
ถ้าผมไม่มีอะไรมาเพิ่มเติมอีก คงจบงานนี้ไว้แค่โพสนี้ ขอเห็นตัวเองสำคัญก่อน..เอาตัวเองให้รอดก่อน
อยากให้มีดวงตาเห็นธรรมกันทั่วทุกคน ก่อนเวลาจะมีไม่พอ หรือถ้ายังไม่เห็นอะไรเลย..เซฟกระทู้นี้เก็บไว้ในเครื่องก่อน
วันหนึ่งอาจเห็นค่าขึ้นมา.. แต่ถ้าเห็นแล้วเริ่มเอาบุญแรกใส่ตัวคุณเองด้วยการน้อมใจกล่าวคำว่า สาธุ ให้กับการที่ผมมาเผยแพร่เรื่องเหล่านี้ให้คุณทราบก่อนเลย
|
ตอนที่ 29 ความเป็นใหญ่ หัวหน้า หัวโขน นักการเมือง ผู้ดูแล ตัวเด่นดัง ยศ = "ยุ่ง"
|
ถ้าคุณหวังสิ่งเหล่านี้ ภูมิใจกับมัน ทนงตัวกับมัน กินอยู่กับมัน คุณจะต้องพบกับ...
1. ท่านว่า ถ้าคิดจะดัง อย่าหวังความสงบ เป็นที่จับตามอง...ไม่มีความเป็นส่วนตัว
2. ต้องมีชีวิตเหนือธรรมดา เช่นต้องหาทรัพย์ให้มากกว่าเก่า ต้องได้ต้องมีให้มาก คือปัจจัยสี่ทั้งหลายต้องเด่นดีกว่าเขาเช่น บ้านใหญ่ เสื้อผ้าหรู รถงาม มือถือรุ่นล่า อาหารกินอยู่อย่างดี มีบริวาร ซึ่งเหล่านี้กว่าจะได้มาหรือวิธีการที่จะได้มา ต้องแลกมาด้วยความลำบากกว่าคนทั่วไปนั่นเอง ต้องยุ่งวุ่นวายในชีวิต สรุปต้องลำบากอยากได้ทุกอย่าง อยู่อาศัยกับความโลภได้ง่าย
เพราะความโลภนี้แทรกซึมมาได้อย่างเงียบๆด้วยปัจจัยชีวิตที่ต้องการมากดังกล่าว.. ท่านว่า ความโลภไม่ดังตูมตามเตือนเหมือนระเบิดเหมือนปืน พอที่จะให้รู้เนื้อรู้ตัวหลีกหนีได้ แต่มันมาแบบเงียบเชียบ รู้ตัวอีกทีก็แกะไม่ออกแล้ว
3. จะเป็นศูนย์กลางรวบรวมปัญหา ในเมื่อคุณพิเศษกว่าเขา เขาก็ต้องเอาปัญหามาให้แก้ หาเรื่องมาให้ช่วยเหลือ มีงานมีการก็ต้องมาเชื้อเชิญให้ไปร่วม วุ่ยวายกับเขาไม่จบสิ้น เวลาของตัวเองที่จะได้รับความสงบก็จะไม่มี เวลาสำหรับครอบครัวก็จะหดหาย ครอบครัวก็วุ่นวายได้อีกเหมือนกัน
4. ต้องมีชีวิตที่หวาดระแวง เกี่ยวกับความปลอดภัยตัวเอง ครอบครัว การสูญเสียหรือเสื่อม ยศอำนาจ ตำแหน่ง มีคนรักนับถือมาก ก็อาจมีคนเกียจมาก มีศัตรูได้ง่าย มีคนไม่พอใจหรือขวางผลประโยชน์คนอื่นได้มาก คนคอยจะเลื่อยขาเก้าอี้ก็คงมีอยู่
5. ทุกข์มากเมื่อเสื่อมยศ ตัวอย่างสำหรับยุคนี้มีให้เห็นแล้วมิใช่หรือ ดิ้นรนสารพัด พาคนอื่นๆวุ่ยวายไปด้วยอีก
6. เป็นผู้ที่กล่าวคำว่าขอโทษ และขอบคุณได้ยาก ถึงแม้แค่จะมีหัวโขนเล็กๆ คนนับถือเล็กๆ ได้เป็นเจ้าของอะไรที่เล็กๆ
แต่ถ้ามีความทนงตน เห็นผิดในหน้าที่ความรับผิดชอบ ถ้าตัวเองได้ทำความผิดลงไปแล้ว จะสำนึกและเห็นได้ยาก หรือมองการทำความดีของผู้อื่นเป็นเรื่องเล็กน้อย ขอบคุณได้ยาก ... ลองคิดดูว่าท่านเป็นคนแบบที่ผมบอกหรือเปล่า
7. เป็นผู้คิดวกวน นอนไม่หลับได้ง่ายๆ สุดท้ายบั้นปลายชีวิต ก็ตายแบบไม่สงบ .. ตกไปในภพภูมิฝ่ายชั่ว ลงนรกก่อนไปสวรรค์หรือดีไม่ดีไปจุติในท้องสัตว์เลย
8. ต้องห่วงความคิดผู้อื่นมากเกินไป ทำอะไรต้องเช้คเรทติ้ง เมื่อให้สิ่งของอะไรไปหรือแนะนำบอกกล่าวก็ต้องคอยมาเฝ้าดูผล ต้องห่วงว่ามีคนรู้จักเราใหม ไปใหนมาใหนจะมีใครมาทักทายด้วยชื่อและยศเราใหม ให้เกียรติใหม มีใครยกน้ำยกท่า พาไปนั่งในที่ที่พิเศษ ให้กินเลี้ยงดูปูเสื่อด้วยของพิเศษ หากไม่มีหรือไม่รู้จักหรือไม่มีใครมากล่าวขอบคุณยกยอ ก็จะพลอยเหงาหงอยเศร้าสร้อย ยิ่งถ้ามีคำติฉินนินทา ก็จะยิ่งบ้าตายคิดวนๆเวียนๆไปสามวันแปดวัน สรุปสิ่งที่ทำให้คนอื่น กลับมาทำให้เจ้าของทุกข์เพราะไปตามผล ทำความดีแบบหวังผล
มนุษย์เราเอ๋ย... คิดดี ทำดี พูดดี ถูกกาลโอกาส เมื่อสร้างเหตุไว้ดังนี้ ผลนั้นก็จะให้ดีเอง โดยไม่ต้องติดตามหรือคาดหวัง
|
ตอนที่ 30 เสียงท่องปลงสังขาร
|
เรื่องเหล่านี้หลายคนมองว่าน่าเบื่อ บาปบุญ นรกสวรรค์ไม่มี
แต่ถ้าวันหนึ่งได้สะสมอายุให้มากพอ สะสมประสบการณ์ดีๆเลวๆให้มากพอ ก็จะรู้เอง หันมามองเอง
แต่บางคนก็ตายไปก่อน แต่บางคนก็มีเวลาเหลือน้อย แต่บางคนก็ได้สิ่งที่ควรได้ รู้สิ่งที่ควรรู้ไปแบบไม่เพียงพอที่จะใช้
สังขารร่างกายต้องตายเป็นผี อยู่ในโลกนี้ไม่มีแก่นสาร
ทรัพย์สินเงินทอง สิ่งของสาธาร ไม่ใช่ของท่าน
ลูกหลานทั้งหลาย อย่ามัวประมาท โอกาสยังมี
อย่าหลงโลกีย์ จะมีปัญหา โลกนี้แท้จริง เป็นสิ่งมายา
เป็นสิ่งลวงตา ใช่ว่าจีรัง
สังขารร่างกาย อยู่ไม่กี่ปี กลับกลายเป็นผี ไม่มีความหวัง
เกิดแก่เจ็บตาย ร่างการผุพัง ทุกวันเดินทาง สู่ยังกองฟอน
จะห้ามไม่ฟัง จะรั้งไม่อยู่ เป็นสิ่งสมมุติ ตามพุทธท่านสอน
อำนาจใดๆ อย่าไปวิงวอน ให้ช่วยเราตอน ที่วันสิ้นใจ
สังขารเรานี้ เป็นที่สังเวช มันเป็นสาเหตุ สังเกตุเอาไว้
เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ปวดร้าวอาลัย ถึงอิ่มเกินไป ก็ไม่อยู่นาน
หนาวก็จะตาย ร้อนก็จะแย่ ลำบากแท้ๆ นี่แลสังขาร
ต้องกินต้องถ่าย ทนไปทุกวัน ดูน่าสงสาร คิดกันให้ดี
สังขารร่างกาย ทั่วไปเน่าเหม็น มีของกากเดน มองเห็นทุกที่
ไหลเข้าไหลออก ย้อนยอกมากมี ล้วนเป็นสิ่งที่มีอยู่ทั่วกัน
น้ำเลือดน้ำหนอง ล้วนของปฏิกูล ไหลมาเป็นมูล พอกพูนหลายชั้น
ข้างนอกเน่าเหม็น มองเห็นทุกวัน อีกข้างในนั้นล้วนท่านไม่งาม
สังขารร่างกายไม่ใช่ตัวตน เกิดมาเป็นคน ไม่พ้นโดนหาม
ต้องนอนเปลือยกาย ให้ไฟลุกลาม เมื่อเจ้าโดนหามอยู่เชิงตะกอน
ผู้ดีเข็นใจก็ตายเหมือนกัน อย่าหลงสังขาร ปลงกันไว้ก่อน
ลูกหลานหญิงชาย ต้องตายแน่นอน ก็แค่กองฟอน แล้วย้อนกลับมา
มนุษย์เราเอ๋ย เกิดมาทำไม นิพพานนี่สุข หมดทุกข์มิไป
ตัญหาหน่วงหนัก คอยชักหน่วงไว้ จนไปไม่ได้ ตัญหาผูกพันธ์ ห่วงนั้นพันผูก
ห่วงลูกห่วงหลาน ห่วงทรัพย์สินสหริงคาร สละมันเถิด
ชีวิตประเสริฐ ที่เกิดนิพพาน ข้ามพ้นสงสาร
ลากสังขารไป ยามเมื่อหนุ่มสาว รูปเจ้าก็งาม แก่ลงงุ่มง่าม ไม่งามตรงใหน
เอ็นใหญ่เก้าร้อย เอ็นน้อยเก้าพัน จะยึดสงสารของท่านเอาไว้
หนาวมากร้อนมาก ก็อยากจะตาย ต้องกินต้องถ่าย วุ่นวายทั้งวัน
ขนคิ้วก็ขาว ตาเจ้าก็มัว เส้นผมบนหัว หงอกทั่วถึงกัน จะลุกก็โอ๊ย จะนั่ง
ก็โอ๊ย เหมือนดอกไม้โรย โอดโอยสงสาร ถึงเร่งภาวนา อย่าช้าเร็วพลัน
ให้เห็นสงสาร เราท่านเกิดมา เป็นอนิจจัง ทุกข์ขังอนัตตา สร้างแต่ตัญหา
พาให้ทุกข์ทน ชีวิตร่างกาย ต้องกลายเป็นผี ลูกผัวที่มีเขาหนีสับสน
เปื่อยเน่าพุพอง พี่น้องทุกคน เขาช่วยกันขน ร่างตนเอาไป พวกญาติพี่น้อง
หามร่างสู่เมน ลำบากยากเข็น ร่างเย็นร้อนใจ ต้องถูกไฟไหม้ เป็นที่แน่นอน
เมื่อตอนเจ้าตาย โลภโมโทสัน ของฉันของแก สิ่งใดไม่แน่ เที่ยงแท้ฉะไหน
ทรัพสินเงินทอง เป็นของนอกกาย เอาไปไม่ได้ ทิ้งไว้ทุกคน
สมบัติทั้งมวล เทือกสวนไร่นา ที่เจ้าอุตสาห์ทำมาแต่ต้น จะเป็นของเจ้า
จะเอาติดตน มันไม่มีผล ให้คนอื่นไป เงินบาทหนึ่งนั้น ลูกหลานใส่ปาก
สัปเหร่อ ยังควักไม่อยากให้ใช้ ในธนาคาร ลูกหลานเอาไป ต่างแย่งแข่งใช้
หมดไปไม่นาน มนุษย์เราเอ๋ย อย่าหลงนักเลย เป็นกรรมปลอบใจ
สังเวยสังขาร จงรีบทำบุญ ค้ำจุลศีลทาน มุ่งสู่นิพพาน ด้วยกันทุกคน
ผมพิมพ์ถอดความมาจากบทเสียงท่องปลงสังขาร..อาจมีผิดหลายที่ขออภัย
เพราะเสียงต้นฉบับมันก็อู้อี้มาก
|
ตอนที่ 31 ศีล 5
|
ศีล 5 .... สิ่งที่เรียกว่าถือแล้วจะมีความปกติในชีวิต เป็นคล้ายๆกฎหมายทางธรรมชาติ เป็นกรอบของสมาชิกต่างๆในสังคมต่างๆ แล้วก็เป็นอีกหลายๆอย่างที่ดีๆ
หลายคนว่าง่าย ห้ามโน่นห้ามนี่5ข้อ แต่จริงๆแล้วลึกกว่ามากๆเช่นขอบเขตของการผิดศีลเป็นต้น
เช่น ฆ่าสัตว์ ขังสัตว์ แค่คิดจะฆ่าแต่ยังไม่ทำ หรือทำแต่ยังไม่ตาย ใช้ให้คนอื่นทำ บอกใบ้ให้คนอื่นทำ
ขุดหลุมพลางให้สัตว์ตกลงไปตายเอง ใช้อุปกรณ์อาวุธโดยอยู่ห่างจากสัตว์ เหล่านี้เป็นการผิดศีลหรือไม่ผิด ซึ่งเป็นที่สงสัยของหลายๆคนเป็นต้น
คนที่บริสุทธิ์ได้ผลจากการรักษาศีลมากคือ มีความตั้งใจด้วยตนเองเพื่อจะลดละการเบียดเบียนคนอื่นทางกาย วาจา ใจ ด้วยการรักษาศีล... ไม่ใช่รักษาศีลเพราะ"กลัวหรือเพราะโลภ" กลัวคือ..กลัวผิดศีลกลัวตกนรก กลัวเขามาเบียดเบียนเราตอบ โลภคือ... อยากได้อนิสงของศีลเช่นทำให้มีทรัพย์ มีชื่อเสียงคนยอมรับทรนงได้ในสังคมต่างๆ มีร่างกายดี มีสติเวลาตาย และตายไปได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี หรือถือศีลเพราะมุ่งหวังจะให้เป็นทางผ่าน เพราะคำล่ำลือว่าศีลถ้ารักษาได้บริสุทธิแล้วก็ยังผลให้สมาธิเกิดได้ง่ายและเร็ว เป็นต้น
จะเห็นว่าศีลเริ่มที่ใจและเจตนา จะผิดหรือไม่ผิดก็เริ่มที่ใจและเจตนาเหมือนกัน
เช่นพ่อครัวใช้เหล้าใส่ในอาหารเพื่อให้อาหารอร่อย เราไปกินเข้าโดยไม่รู้ตัว
หรือรู้ตัวว่ามีเหล้าอยู่แต่ไม่ได้มุ่งหวังในผลของเหล้า-สุรานั้น ถือว่าไม่มีเจตนา...ไม่ผิด
ผมย้ำอีกครั้งว่าศีลเริ่มถือที่ใจ ผิดหรือถูกก็เริ่มที่ใจและเจตนา พึงระลึกไว้เสมอ
ถือศีลก็คือให้ทาน... เช่นศีลข้อ1ไม่ฆ่าสัตว์ นั่นก็หมายว่าเราไม่มุ่งหวังเอาชีวิตและเบียดเบียนเขา
เป็นการให้อภัยทาน ซึ่งอภัยทานก็คือทานชนิดหนึ่ง หรือการไม่ดื่มเหล้าสุรายาเสพติ ก็เป็นทานเช่นกัน เพราะคนเมื่อเมาด้วยฤทธิ์ยาเสพติดสุราย่อมประมาททำความเดือดร้อนให้คนอื่นๆสัตว์อื่นๆได้ง่าย
(เมาแล้วขับรถ เมาแล้วเต่ะลูกเมียหมูหมา หรือฆ่ากันเองในวงเหล้า) หรือแม้แต่ตัวเองก็ทำ(เดินตกน้ำตาย ฆ่าตัวเองเป็นต้น) ถ้าไม่ผิดศีลข้อสุรายาเสพติดนี้ก็เท่ากับตัดโอกาสชักสะพานไปยังสิ่งไม่ดีเหล่านั้น ให้อภัยทานอีกเช่นกัน
ศาสนาพุทธ สรุปได้โดยง่ายคือ ศีล สมาธิ ปัญญา ทำศีลของตัวให้บริสุทธิ จะทำให้ตัวเอง"ปกติ"
ปกติได้อย่างไร? เช่นถ้าไปฆ่าไปโกงไปขโมยเขาหรือกินเหล้า จะปกติอยู่ไม่ได้แน่นอน เวลาทำสมาธิก็ไม่สงบลงได้ง่ายๆ เมื่อตัวเองปกติ.. บ้านครอบครัวก็ปกติ.. สังคมปกติ โลกปกติ อยู่กันอย่างปกติ
ก็จะไม่มีอะไรวุ่นวายยกเว้นเหตุการณ์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องสุดวิสัย สรุปว่าศีลดี สมาธิดี โลกปกติดี
ไม่อยากจะบอกแต่ให้รู้ไว้เฉยๆ อย่าไปติดยึดอยากได้ผลจากการรักษาศีลเหล่านี้
ไม่งั้นถ้าไปต้องการไปอยากได้ก็จะกลายเป็นการรักษาศีลเพราะโลภอยากได้ผลเหล่านี้
ทำดีไปเถิดสร้างเหตที่ดีไปเถิด ผลเขาให้เอง ไม่อยากได้ก็จะได้รับ
คนที่รักษาศีลดี ผลคือ
1. เทวดารัก
2. ยืดได้เมื่อใครยกย่อง ไม่อึดอัดหัวใจ
3. เป็นแบบที่ดีให้คนอื่นทำตาม
4. ใครทำทานกับเรา เขาก็ได้ผลมาก
5. เป็นคนมีค่าดีสุดๆ
6. อยู่สุขไม่หวาดระแวงใดๆ
7. มีหวังมากๆที่จะได้คุณธรรมสูงๆเช่น อริยบุคคลต่างๆอันมีพระอรหันต์สูงสุด
8. ได้ทรัพย์มาเรื่อยๆ
9. จะเป็นผู้แกล้วกล้าในที่ประชุม ชุมนุม ไม่กลัวไม่เขิน
10. มีชื่อเสียง น่าเชื่อถือ
11. ตายด้วยความมีสติ
12. ตายแล้วไปสู่ที่ดีอันมีสวรรค์เป็นต้น
คนที่มีศีลไม่บริสุทธิ์หรือไม่รักษาศีล..ก็ได้ผลตรงกันข้าม
|
ตอนที่ 32 ความเข้าใจผิดเรื่องศีล5
|
1. เป็น5ข้อง่ายๆที่ห้ามกายและคำพูดใครๆก็รู้ดี.. ต้องพูดโกหกหรือทำผิดทางกายก่อนแล้วจะถือว่าผิดศีล แต่จริงๆแล้วไม่ใช้ ถ้าใจคิดโกหกคนอื่นๆก็เริ่มด่างพร้อยแล้ว ถ้าอ้าปากโกหกต่อหน้าคู่กรณีก็ผิดศีล หรือคิดจะขโมยแต่ยังไม่ขโมยจริงๆก็ด่างพร้อยแล้ว ถ้าไปเอาของเขามาก็ผิดศีล สรุปว่าคือห้ามใจด้วย... ถ้าใจไม่คิดกายก็ไม่ทำ..หรือใจไม่ห้ามกายก็ไม่หยุด...
แล้วก็ยังมีขอบเขตการผิดศีลหรือทำให้ศีลด่างพร้อยอีกมากมายในแต่ละข้อ ซึ่งไม่ง่ายนักที่ใครๆที่คิดไม่บริสุทธิ์จะตามได้ง่ายๆ
2. เรื่องศีลกับทาน ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ... ไม่จริง การไม่เบียดเบียนในศีลข้อ1ก็คืออภัยทานด้วย
3. ศีลเป็นข้อกำหนดทางสังคม.. ไม่จริงเสียทีเดียว เป็นข้อฝึกหัดให้ละเลิกสำหรับส่วนบุคคคล เพื่อความสงบเรียบร้อยส่วนตัวก่อน แล้วค่อยส่งผลให้สังคม
4. การรับศีลต้องรับทั้งหมด... ไม่แน่เสียทีเดียว สภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน ให้รับมาปฏิบัติเฉพาะข้อที่เหมาะก่อน..แต่ห้ามเว้นไว้เพื่อเปิดช่องให้ตัวเองชั่ว
5. เรื่องศีลมีความสำคัญไม่มาก... ทาน ศีล ภาวนา จะเห็นว่ามีมากแน่นอนเรื่องศีล ถ้าเราไม่มีศีล ชีวิตยุ่ง ความคิดวุ่น ก็เกิดสมาธิในการภาวนาได้ยาก ถ้าคุณไม่เน้นไปทางภาวนา เมื่อศีลของตนบริสุทธิ์ย่อมได้ความสงบสุข อบอุ่นใจในตัวเองตลอดไป ซึ่งเรื่องนี้มีความสำคัญในชีวิตมนุษย์มากๆ หรือไม่จริง
6. ศีล5ดูด้อยกว่าศีล8หรือศีล10... ไม่จริงทีเดียว ศีล5ใครรักษาได้บริสุทธิ์แล้วก็คือพื้นฐานสำคัญมากๆในการไปรับศีลที่มีจำนวนข้อมากกว่า ถ้าได้ศีล5ก็ถือว่าเป็นมนุษย์บริสุทธิ์สุดวิเศษแล้ว ถ้ารักษาศีล8หรือ10หรือสูงกว่านั้นได้อย่างดี ก็มีความพิเศษมากขึ้นเกินคนธรรมดาไป
7. ข้อย่อยหรือขอบเขตที่จะบอกว่าทำผิดศีลหรือด่างพร้อยนั้นมีมากเกิน ทำได้ยาก.. ก็จริงอยู่ถ้าคนมีความบริสุทธิ์ใจเป็นผู้บอก เราอาจต้องด่างพร้อยกันบ้างเป็นบางแง่มุม แต่ถ้าตั้งใจจริงๆก็จะทำได้ไม่ยาก เพราะถูกตั้งมาด้วยกฎธรรมชาติ ใครๆที่อยากจะเป็นคนดีๆต้องทำได้ทั้งนั้น ยกเว้นว่าอยากจะมีช่องทางให้ตัวลอดออกไปทำผิดศีลด้วยเจตนาไม่ดี
8. ถ้าทำผิดแล้วก็ไปขอรับศีลจากพระเริ่มใหม่ได้... ไม่จริงทีเดียว เราไม่สามารถล้างหรือสารภาพบาปแบบในหนังได้ ผิดแล้วผิดเลยถือเป็นกรรมทันที เราก็ต้องเริ่มมีสติควบคุมตนเองให้อยู่ในศีลในธรรมต่อไป
9. ศีลเหมือนกฎหมาย.. ไม่เหมือนเพราะกฎหมายห้ามการทำทางกาย แต่ศีลห้ามใจคิดเพิ่มขึ้นมาด้วย
ทางกฎหมายต้องมีหลักฐานการทำด้วยกายให้ตำรวจจับก่อนแล้วตามด้วยกระบวนการยืดยาวทางศาล สุดท้ายปรับ ขังคุก หรือประหารชีวิต แต่ศีลมีผลเมื่อเริ่มที่ใจแล้ว โทษคือเข้ากฎแห่งกรรม เดือดเนื้อร้อนใจไม่เป็นสุขก่อน ดังคำท่านที่ว่า สรรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ ผู้ทำความผิดศีลจะเริ่มทุกข์ด้วยสิ่งนี้ไปเรื่อยๆก่อนตำรวจจะมาจับเสียอีก
10. ต้องมีอีกแต่ตอนนี้ ผมไม่รู้ว่าอะไร
* เรื่องขอบเขตของศีลแต่ละข้อนั้น ที่จะชี้เป็นชี้ตายว่าศีลด่างพร้อยหรือผิดศีลนั้น ไปหาอ่านเอาเองนะครับ
|
|